miharu

การที่เราจะต้องเปงหัวหน้าของคนกลุ่มหนึ่งเราต้องทำตัวเราเองให้ดีและเปงแบบอย่างก่อนใช่หรือเปล่า?แต่เชื่อม่ะว่าหัวหน้าทีมของเราอ่ะ ไม่มีความเปงหัวหน้าที่ดีเลยซะกะข้อเดียว มาทำงานก้อสาย บ้าผู้ชายเข้าสายเลือด เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว บ้าอำนาจ ลองคิดดูดิว่านิสัยอย่างงี้สมควรมั้ยกะการที่จะเป็นหัวหน้าทีมเนี่ย?

เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา เราได้ขอพี่หัวหน้าทีม(เค้าชื่อพี่แอนอ่ะ)ว่าเราต้องการที่จะหยุดวันพุธช่วงบ่ายเพื่อที่จะไปมหาวิทยาลัยเพื่อทำเรื่องขอจบการศึกษา แต่ตอนเช้าอ่ะเด็กที่โรงเรียนเยอะแล้วก็มีโชว์ 2 รอบ เราจะเข้ามาทำงานให้ก่อนเพื่อว่าทีมจะได้ไม่เหนื่อยกันมาก และช่วงบ่ายเด็กก้อน้อยแค่170คนเอง โรงเรียนก็เล็ก ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรแล้วทุกคนในทีมเราก็คุยกะเค้าหมดแล้วทุกคนก็ยินดีให้เราไปได้ แต่รู้มั้ยว่า พี่แอนหัวหน้าทีมเราพูดว่างัยอ่ะ เค้าบอกว่าเราหยุดไม่ได้เนื่องจากว่าไม่ได้แจ้งล่วงหน้า(โอเคเรื่องนี้เราก็ยอมรับนะ)แล้วก็มันเป็น หน้าที่และก็จะทำอะไรอ่ะให้คิดถึงทีมงานบ้าง ( เออ!เอากะเค้าดิ ) เพิ่งรู้ตัวนะเนี่ยว่าที่เราทำงานมาตลอด 2 เดือนโดยที่ต้องไปทำงานทั้งที่ไม่สบาย มาตลอดระยะเวลานี้อ่ะชั้นไม่คิดถึงทีมเหรอฟ่ะ แล้วกะการที่ต้องมาก่อนเวลาเพื่อเตรียมของที่จะแสดงโชว์แล้วก็ทีวี เครื่องเสียงทั้งหลายที่มันไม่ใช่หน้าที่ของชั้นเลยเนี่ย เพื่อที่ว่าเวลาทุกคนมาถึงจะได้ไม่ต้องเดือนร้อนอะไรมากให้ทั้งทีมสามารถที่จะขึ้นรถเพื่อไปโรงเรียนได้เลยอ่ะ ชั้นไม่ได้ทำหน้าที่ของชั้นตรงไหนมิทราบ อยากรู้ชะมัดว่าเอาสมองส่วนไหนมาพูดว่ะ แค่นั้นหล่ะเกือบจะมีเรื่องต่อยหัวหน้าทีมซะแล้วถ้าไม่มีเพื่อนๆมาห้ามเอาไว้อ่ะ(ต้องขอบใจ นัท มากเลยนะที่ห้ามเราอ่ะ)

เฮ้อ!!!!!!!! ถามจิงเหอะนะเจ้ ตอนที่พูดออกมาอ่ะคิดซะก่อนอ่ะป่าวว่า สิ่งที่พูดอ่ะ เข้าตัวเองมั้งมั้ย ใครกันแน่ที่ไม่รู้จักหน้าที่ตัวเองแล้วก็ไม่เคยคิดถึงทีมอ่ะ เป็นถึงหัวหน้าทีมและก็ควบตำแหน่งพิธีกรด้วยแต่ไม่เคยรับผิดชอบอะไรเลยซะอย่างเดียว มาทำงานก็สายเป็นประจำ ถึงเวลาแสดงก็ไม่รู้จักเวลามัวแต่ยืนล่อผู้ชายอยู่นั้นหล่ะ ไม่รู้หรืองัยอ่ะว่าผู้ชายพวกนั้นเค้านินทาหลับหลังท่านว่าอย่างไรบ้างก็ชอบเหลือเกินไปยืนอ่อยเค้าอยู่นั้นหล่ะ

แล้วอีกเรื่องที่แค้นมากเลยอ่ะ ก่อนหน้านี้เราเคยมีผู้ช่วยพิธีกรคนเก่าอ่ะเค้าชื่อ ฝน เป็นเพื่อนที่ถือว่าสนิทกานมากๆแต่แล้วด้วยเหตุผลบางประการทำให้ฝนต้องย้ายไปอยู่อีกทีมหนึ่ง เรากะฝนก็เสียใจอ่ะนะ แต่ทำงัยได้BOSSเค้าสั่งมาเราก็ต้องทำอ่ะ แต่มารู้ที่หลังว่าที่ฝนต้องย้ายไปเป็นเพราะพี่แอนไปขอให้BOSSสั่งย้ายฝนเพื่อที่ว่าหน่องที่แอบชอบฝนอยู่จะได้มีโอกาสสร้างคะแนน( คนที่ชื่อหน่องเนี่ยเค้ามีพี่ชายอยู่คนหนึ่งแล้วพี่แอนก็ชอบพี่ชายของหน่องด้วย เลยกะว่าจะยุให้หน่องกะฝนเป็นแฟนกานส่วนตัวเองจะได้มีทางโล่งเพื่อที่จะจับพี่ชายของหน่อง ----- น้ำเน่าเนอะ) เฮ้อ.....ไม่รู้จะพูดยังงัยกะพี่แอนเลย เสียชื่อรุ่นพี่ร่วมสถาบันเดียวกันจิงๆๆ ขายหน้าเค้าหมด ตอนนี้เลยเกิดการปฎิวัติขึ้นกานในทีมแล้ว แบบว่าพี่แอนจะสั่งให้ทำอะไรก้อไม่มีใครยอมทำเลย ประมาณว่าพวกชั้นไม่ทำอ่ะเพราะว่าไม่ใช่หน้าที่ ตอนนี้เหรอสะใจจริงๆๆเลย

เฮ้อ..เมื่อคืนนี้นั่งเล่นแรคซะสว่างเลยกว่าจะเลิกได้ปาเข้าไปเกือบตี2 ง่วงจิงๆๆๆพอหัวถึงหมอนก้อหลับสนิทเลย รู้สึกว่าเพิ่งจะได้นอนไปเองนะ ก้อได้ยินเสียงดังข้างๆหูเหมือนกับเสียงสวรรค์เลย(555) เรียกขึ้นมา "เฮ้!!!!!!ตื่นได้แล้วนี่มาน 6โมงเข้าไปแล้วนะ จะนอนกินบ้านกินเมืองเหรองัย" ไม่ต้องแปลกใจเลยนะว่าใครอ่ะ แม่เราเองน่าหล่ะ "อ่ะ!!!ยังไม่ตื่นอีกเหรองัย เดี๋ยวไปเลือกตั้งไม่ทันนะ" โอ๊ยๆๆๆๆสวรรค์โปรดเถอะ จะรีบมาปลุกอะไรเอาตอนนี้นะ แถมยังมาบอกอีกว่าเดี๋ยวไปเลือกตั้งไม่ทัน เอาหล่ะลุกก้อได้ไม่งั้นคงได้เห็นลูกหมาเปียกน้ำแน่เลย หลังจากบิดไล่ตัวขี้เกียจ(ที่ไม่ค่อยอยากจะจากเราไปซะเท่าไหร่เลย) ลงมายืนบนพื้นห้องได้อย่างมั่นคงแล้ว ก้อได้เวลาอาบน้ำแปลงร่างซะที .................. เรียบร้อยแล้วเราก้อได้ไปทำหน้าที่ผลเมืองดีของชาติโดยที่พยาธิในท้องมานก้อทำหน้าที่ของมันอย่างขยันเลย เข้าไปถึงคูหาระหว่างชั่งใจว่าจะกาเบอร์อารายดี ไอ้ท้องเจ้ากรรมก้อดันร้องออกมาซะดังเลย ดีนะที่ข้างๆเป็นแม่เราเองไม่งั้นได้อับอายขายหน้าประชาชีแน่อ่ะ หลังจากทำหน้าที่ผลเมืองดีของประเทศเสร็จก้อได้เวลาไปเรียนคอมแล้ว กว่าจะลุยจากหน่วยเลือกตั้ง ไปถึงThe Mallบางแค (สถานที่เรียน) ก้อเลยเวลาที่นัดกะอาจานไปแล้วประมาณครึ่งชม. "จานคับ นู๋ผิดไปแล้วอ่ะ ......T0T เรียนไปได้สักพัก ก้อนั่งหาวๆๆวอดๆๆๆ ท้องก้อร้องอยู่นั่นอ่ะ เมื่อไหร่ว่า"จานจะหยุดพักซะทีนะ กะลังนั่งฟัง"จานอธิบายเกี่ยวกะปุ่มที่เอาไว้ใช้งาน ไอ้เพื่อนตัวดีก้อโทรมา บอกว่าเพิ่งจะเลือกตั้งเสร็จ(อารายว่ะแก เค้าเริ่มเรียนตอน11โมง คุณเล่นโทรมาตอนเที่ยงว่าเพิ่งเลือกตั้งเสร็จ)อ่ะนะ กว่าเจ๊แกจะลุยรถมาจากนครปฐมได้ก้อ....(คิดเอาเองนะ) ยังมาบอกอีกว่าอย่าเพิ่งเรียนไปมากกว่ามานให้เรียนรอมานด้วย เอาเหอะรอก้อรอว่ะ เราก้อบอก"จานให้หยุดก่อน อย่าเพิ่งสอนเพิ่ม เราจะได้ทบทวนไปด้วย นั่งทำงานไปไม่ถึงครึ่งชม. เอาอีกหล่ะ ยัยตัวแสบโทรมาอีกแล้ว ... เราก้อนึกว่ามานจะถึงแล้วที่ไหนได้โทรมาบอกว่า เพิ่งจะได้ขึ้นรถ......อ๊าค......แล้วจะโทรมาบอกตูทะมายฟ่ะ อีก30นาทีผ่านไป.....โทรมาอีกแล้ว(โทรแม-ร่ง ทุกครึ่งชม.เลย) จะด่าไปก้อไม่กล้า เกรงใจ"จาน+พี่ๆคนอื่นในห้องด้วย สรุปแล้วกว่ามานจะมาถึงโทรหาเราไปประมาณเกือบ10ครั้ง เซงโค-ตรเลยอ่ะ(อยากจะเอาโทรสับไปทิ้งซะจิงๆๆๆ) กว่ามานจะมาถึงก้อปาเข้าไปบ่าย2 ไอ้เรารึหลงคิดไปซะว่ามานมาแล้วจะได้ไปหาข้าวกินซะที ที่ไหนได้อยากจะเรียนก่อน แปปนึงแล้วค่อยไปกิน เราจะไปกินก่อนก้อไม่ได้ด้วย(เดี๋ยวเจ้เค้าจะงอนอีก งอนโค-ตรเก่งเลย) ต้องนั่งรอๆๆๆๆๆกว่าจะได้กินบ่าย3.30 หลังจากนั้นก้อไม่มีปัญหาอะไรจนกระทั่ง............... หลังจากเรียนเสร็จเราก้อต้องเอาคอมเราไปอัพเครื่องเพื่อที่จะเตรียมทำงานเกี่ยวกับการตัดต่อVCD งานนี้ควักเงินกันสนุกสนานเลย จ่ายเป็นว่าเล่น หมดไปเกือบ5000 โธ่......เงินเดือนชั้นเพิ่งจะได้มาเองก้อต้อง มีอันต้องลาจากกันไปซะแล้ว เซงเลยอ่ะ...... เอาเหอะวันนี้บ่นมาก้อเยอะแล้วพอดีกว่าเนอะ บ่นมากไปเดี๋ยวจะแก่เร็ว

ปล...ใครพอจะรู้วิธีจัดการกะไอ้พวกเพื่อนตัวดี ที่มานชอบยิงมาแล้วก้อวางมั่งมั้ยเนี่ย

แบบว่าทนไม่ไหวแล้วอ่ะ(ไม่ใช่แค่คนเดียวนะ ทั้งกลุ่มเลยอ่ะที่เพิ่งจะจบงานกันไป)

บางที่ก้อมีธุระจิงๆๆ บางที่โทรมาก้อไม่มีเรื่องอารายแบบว่าขอลองยิงเฉยๆๆ

นี่ๆๆๆเงินเดือนชั้นต้องมาหมดกะค่าโทรสับกลับหาพวกแกเนี่ยหลายแล้วนะ

ด่าไปหลายรอบแล้วก้อไม่รู้จักจำ หัดเกรงใจคนอื่นมั่งสิเฟ้ย

วันนี้เป็นครั้งแรกที่ต้องใส่รองเท้าส้นสูงเพื่อไปสมัครงาน ปกติที่ไปสมัครมันจะเป็นพวกProduction houseเล็กๆ มันเลยไม่ค่อยยุ่งยากสักเท่าไหร่กับการหาเสื้อผ้าเพื่อไปสมัครงาน แค่ชุดกระโปรงธรรมดา+รองเท้าผ้าใบก้อโอเคแล้วแต่วันนี้ที่ไปมันไม่ใช่เลย ผิดคาดเพราะว่าที่ที่ไปสมัครตามคำแนะนำของพี่ร่วมงานเก่าเค้าแนะนำ ที่นั่นคือบริษัทGMMช่ายแล้วหล่ะ บริษัทเดียวกับที่ทุกคนคิดนั่นหล่ะ แกรมมี่ เอ็นเตอร์เทนเมนท์ การที่จะเข้าไปสมัครงานกับบริษัทแนวหน้าอย่างนี้อย่างนี้ อย่าหวังเลยนะว่าจะเข้าไปในชุดธรรมดา+รองเท้าผ้าใบ มีหวังโดนยามจับโยนออกมานอกตึกก่อนที่จะได้เข้าไปเขียนใบสมัครซะอีก หลังจากเตรียมชุดที่จะใส่อยู่นานมากเมื่อวานนี้หม่อมแม่ได้เอารองเท้าส้นสูง(ส้นตะปู มั้ง) เอามาให้ลอง โอ้!แม่เจ้าแค่ลองใส่ยืนเท่านั้นหล่ะ โครม!!!!!!!!ทุกคนในบ้านหันมามองเป็นสายตาเดียวกัน เราได้ล้มลงไปนั่งพับอยู่กลางบ้านนั่นหล่ะ(ขนาดยังเดินไม่ถึง3ก้าวเลยนะนั้น)เป็นอันว่าคู่นี้เก็บไปได้เลย ถ้าให้ใส่ไปคงจะได้ไปโรงพยาบาลแทนสมัครงาน หลังจากนั้นก็มีตามมาอีกหนึ่งคู่เป็นส้นเตารีด ก็ไม่สูงมากนักสำหรับคนที่ใส่เป็นประจำจนชินจะบอกว่าใส่ง่ายมาก เราก็ลองใส่เดินวนรอบบ้าน เออ...จิงแฮะเดินง่ายดี โอเคใส่คู่นี้ก้อได้ฟ่ะ เช้าเราก้อแต่งตัวเพื่อเตรียมที่จะไปสมัครงาน น้าสะใภ้เราก็ใจดีจะไปปล่อยเราลงแถวป้ายรถเมล์เพื่อจะได้ขึ้นรถสะดวกขึ้น (มันก็ไม่ได้ตรงป้ายพอดีหรอกนะ ต้องเดินข้ามไฟแดง) ตอนนั้นหล่ะที่รู้ความจริงว่าตูไม่น่าใส่คู่นี้มาเลยโว้ย กัดเจ็บกว่าไอ้ส้นตะปูนั่นอีก ก้อคือเท้าช่วงหน้าเรามันใหญ่(หรือเปล่าม่ะรู้นะ)พอใส่ลงไปสายรัดเท้าข้างหน้ามันก็บีบโคตรเลย ก้อปกติตูใส่แต่รองเท้าผ้าใบนิหว่า เท้ามันเลยไม่ชินมั้ง แต่ยังดีที่ว่าพอวิ่งเป็นเป็ดไปถึงรถเมล์มันมีที่นั่งเลยไม่มีปัญหา แต่ปัญหามันเกิดเอาตอนที่ขึ้นจากรถไฟใต้ดินเนี่ยอ่ะสิ เราก็คิดว่าตึกGMMมันจะใกล้เลยเดินเอา เพิ่งรู้ว่านรกมีจริงก็วันนี้หล่ะ รองเท้าเจ้ากรรมวันนี้เจ้าได้เลือดเราไปเยอะมาก เดินไปก้อเลือดไหนไปเพราะว่าสายรองเท้ามันบาดจนเลือดซึมเลยก็กัดฟันทนเดินไปจนถึงตึกก็รีบเผ่นเข้าตึกทันที่เพื่อที่ว่าจะได้ซับเลือด พอเดินเข้าไปพ้นล็อบบี้ของตึกเพื่อจะขึ้นลิฟท์ ทันใดนั้นก็มีเสียงดังขึ้น น้องคับๆ กรุณาเดินกลับไปแลกบัตรก่อนนะคับ (ไอ้บ้า...แล้วทำไมเอ็งไม่บอกตั้งแต่เมื่อกี้ฟ่ะ ต้องให้ตูเดินกลับไปอีกรอบเพื่อแลกบัตร เออ ... ไปแลกก็ได้เว้ย!) เรียบร้อยก็เดินมารอลิฟท์เพื่อไปที่ชั้น 19 เราก้อสงสัยว่าทะมายลิฟท์มันถึงมีหลายตัวนักฟ่ะ ติ๋งๆๆๆ อ่ะนั่นเสียงลิฟท์มาแล้วเราก็เดินเป็ดไปที่ลิฟท์ตัวนั้นทันที่ เดี๋ยวคับน้องๆเสียงเดิม ยามคนเดิม เออ....น้องขึ้นลิฟท์ตัวนี้ไม่ได้คับ แปลกใจอ่ะสิว่าทำไม ถ้าได้ไปที่ตึกนี้ขอให้มองอย่างแรกเลย มองป้ายด้านบนของลิฟท์นะค่ะทุกท่า แล้วท่านจะได้เห็นป้ายติดไว้ว่า Low Mid High ตามที่ได้บอกไปนั่นหล่ะค่ะ ลิฟท์ใครลิฟท์มันห้ามข้ามขั้น คุณยามผู้แสนดีได้ชี้ให้เราไปที่ LOW (เรากะลังเดินไปขึ้น MIDงัย)ของน้องตัวนู่นคับ (เออ...แบ่งชนชั้น) ไม่เป็นรัยว่ะ ตัวไหนก็ได้ตูขึ้นหมดอ่ะ หลังจากนั้นก็ไม่มีอารายเกิดขึ้นเขียนใบสมัครเสร็จเค้าก็บอกให้เรากลับได้ รอโทรศัพท์เรียกมาสัมภาษณ์งานต่อไป พอเดินออกจากห้องเราก้อรีบหยิบพลาสเตอร์ยาออกมาปิดแผลที่เท้าตัวเองทันที เรียบร้อยที่เท้าเรามีพลาสเตอร์ทั้งหมด8อันพอดี 2ข้างนะ มันบาดซะจนเท้าเยินหมดเลยอ่ะทั้งพอง ทั้งถลอก ทั้งหนังฉีก ตัดสินใจกลับบ้านเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนดีกว่าแล้วค่อยไปงานซ้อมรับปริญญาเพื่อน ก็เลยกดลิฟท์ลงกลับบ้าน แลกบัตรคืนที่หน้าล็อบบี้ พ้นออกมาอีก5ก้าว โครม......อีกแล้วครับรวมทุกสายตาที่นั่ง+ยืนที่ล็อบบี้เป็นจุดเดียว เราก้อนั่งอยู่ตรงนั้นอีกแล้ว ไม่ไหวแล้วตัดสินใจไม่ใส่มันแลวรองเท้าเฮงซวยคู่นี้ ถอดรองเท้ามันตรงนั้นอ่ะแหละ ไม่ได้เอารองเท้าแตะไปเปลี่ยนอีกด้วย ลุกขึ้นได้ก็รู้สึกเลยว่าเท้าพลิกซะแล้วกระโดดเหยงๆเป็นกะต่ายขาเดียวทั้งเท้าเปล่านั่นหล่ะออกมาจากตึกโบกแท็กซี่กลับบ้านเลย หมดไปอีกหนึ่งวันกับเรื่องที่ไม่รู้ว่าจะอายดีหรือโมโหดี กลับมานั่งคิดไปก็ขำ เนอะ กลายเป็นเรื่องตลกที่เอามานั่งนึกกี่ทีก้อขำ

แก้ไขเมื่อ 22/2/2548 10:56:34